• Home
  • /
  • บทความ
  • /
  • เรื่องเล่าจากประสบการณ์กับบ้านพักสยองขวัญ(7)

เรื่องเล่าจากประสบการณ์กับบ้านพักสยองขวัญ(7)

หลังจากสวดอภิธรรมเสร็จ ก็แยกย้ายกับพี่หัวหน้ากลับบ้าน ดิฉันต้องขับรถกลับบ้าน ในระวังที่ออกจากวัดนั้น หน้าวัดจะมีต้นไม้ใหญ่ ฉันได้มองขึ้นไปเห็นเงาคนดำ ๆ นั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้ แล้วมองมาที่รถฉัน ฉันพยายามไม่คิดอะไร ขับไปต่อ พอเลี้ยวรถออกจากวัดเสร็จ ฉันก็รีบขับกลับบ้าน ตอนนั้นฉันได้เปิดเพลงเสียงดัง พยามยามข่มใจ พยามร้องเพลง พยามยามทำทุกอย่างให้ไม่คิด  พอเลี้ยวเข้าซอยบ้าน อยู่ดี ๆ เสียงเพลงที่เปิดอยู่นั้นได้เปลี่ยนเป็นเสียงสวดภาษาเขมร ที่ฉันเคยได้ยินที่บ้านหลังนั้น แล้วฉันได้มองกระจกหลัง เห็นเงาคนดำ ๆ วิ่งตามรถของฉันมา lyn68 จังหวะนั้นไม่สนใจอะไรแล้วพอถึงบ้านเสร็จ เปิดประตูรถวิ่งเข้าบ้านทันที

     พอฉันถึงบ้านแม่ก็รีบมาหาฉัน มาปลอบดิฉัน ตอนนั้นดิฉันกลายเป็นคนเสียสติ พ่ำเพ้อ คือทุกอย่างที่ดิฉันได้เจอ ฉันรับมันไม่ไหวแล้ว คือตอนนั้นอยากจะตาย ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่สิ่งที่เรียกสติขึ้นกลับมา คืนฉันได้เห็นคุณยายของฉัน เข้ามาลูบหัว เข้ามากอดฉัน จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว   ฉันรีบไปคุยกับแม่ บอกเรากลับบ้านวันนี้กันเลย  แม่ตกลง ฉันเลยรีบไปเก็บเสื้อผ้าต่าง ๆ ก่อนที่จะกลับบ้านต่างจังหวัดฉันได้โทรศัพท์ไปบอกพี่หัวหน้า คือโทรไปขอร้องพี่เค้าให้กลับบ้านพร้อมเรา ไปหาพระป่าด้วยกัน แต่พี่หัวหน้าก็ปฏิเสธ พี่หัวหน้าจะคอยเคลียร์ปัญหา lyn68 เราทำใจ แล้วบอกหัวหน้าให้ดูแลตัวเองดี ๆ มีเรื่องอะไรให้รีบโทรศัพท์มาบอกเรา

     ฉันจึงเดินทางกลับบ้านกับแม่ มีพี่ชายลูกของป้าเป็นคนขับรถให้  ประมาน 5 โมงเย็นเราแวะทานข้าวกันที่ปั๊มแห่งหนึ่ง ก่อนถึงตัวจังหวัด พี่ชายก็เล่าให้ฟังว่า ตอนขับรถรู้สึกว่ามีอะไร กุก ก๊ะ อยู่บนหลังคารถ พอทานข้าวกันเสร็จ เราทั้ง 3 คน ก็ได้ไปดูที่หลังคารถ เห็นเป็น รอยเลือดสีดำ ๆ อยู่บนหลังรถ พี่ชายก็รีบล้างเลือดนั้นออก แล้วเดินทางต่อ  พอมาขับเข้ามาในตัวจังหวัดแล้ว ฉันสังเกตุเห็นพี่ชาย มองกระจกข้าง แปลก ๆ ฉันเลยถามว่ามีอะไรไหม ทำไมมองกระจกแปลกๆ พี่ชายบอกว่า เห็นเหมือนมีเงาอะไรตามเรามาตลอด ตั้งแต่ออกจากปั้มแล้ว

จากพี่ชายได้เห็นสิ่งผิดปกติที่ตามรถของเรามานั้น  เราจึงตัดสินใจรีบเดินทางกลับบ้านของแม่ให้เร็วที่สุด ในขณะที่กำลังกลับบ้านนั้นพี่หัวหน้าได้โทรศัพท์มาหาเรา พี่หัวหน้าได้บอกว่า ลุงคนขับรถเสียชีวิตแล้วนะ เราอึ้ง พูดไม่ออก อยู่ ๆ น้ำตาเราก็ไหล แล้วพี่หัวหน้าบอกกับฉันว่า เหลือแค่เรา 2 คนแล้วสินะ ดูแลตัวเองให้ดีด้วย หลังจากวางสายเสร็จ แม่ได้โทรบอก ป้าที่บ้านว่ากำลังจะถึงบ้านแล้ว แต่มีบางสิ่งบางอย่างตามมา ให้ช่วยเรียกลุงมาดูให้หน่อย .. เมื่อถึงบ้าน ดิฉันได้พบลุง ลุงได้ถือมีดเล็ก ๆ ไว้ในมือ ลุงได้ดึงปอกมีดออก ตัวของมีดเล่มนั้น มีอัขระเขียน น่าจะเป็นมีดหมอ ลุงได้ท่องบทสวดพร้อมทั้งนำมีด กรีดไปที่พื้น แล้วบอกให้รีบเข้าบ้าน  ทันที ที่เข้าบ้าน ลุงเอ๋ยปากพูดกับเราว่า อีหนู เอ็งไปทำอะไรมา พวกเค้าจะมาเอาชีวิตเอ็ง เราเลยเล่าได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ลุงฟัง  ลุงไล่เราให้รีบไปอาบน้ำ ไปทำธุระให้เสร็จแล้วขึ้นไปนอนห้องพระ ลุงบอกคืนนี้ เค้าคงจะมาเอาเอ็งไปแน่  ถ้าคืนนี้ไม่มีปัญหาอะไรพรุ่งนี้เช้า จะได้ไปหาพระท่าน ให้ท่านช่วยเหลือ

     ตอนนั้นทุกคนในบ้านต่างหวาดระแวง ลุงได้ปิดบ้าน ปิดประตู ปิดทุกอย่าง และได้บอกกับดิฉันว่า คืนนี้ ถ้าเกิดได้ยินเสียง ได้ยินอะไรผิดแปลกห้ามออกมาจากห้องพระเด็ดขาด ให้อยู่ในห้องจนถึงเช้า ดิฉันได้เข้าไปอยู่ในห้องพระของลุง ในห้องพระนั้น ได้จุดเทียน เพื่อเป็นแสงสว่าง มีกลิ่นธูปบูชา อยู่ในห้องพระนั้นทำให้ดิฉันสบายใจมากยิ่งขึ้น ดิฉันก็เลยได้นั่งสมาธิ แผ่ส่วนบุญ ส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร. แต่แล้วเทียนก็ดับลง มีคนมาเคาะประตูห้อง แต่ลุงบอกดิฉันห้ามเปิดเด็ดขาด  ดิฉันจึงไม่ได้ไปเปิด ได้แต่นั่งสวดมนต์ภาวนาอยู่หน้าหิ้งพระ ผ่านไปสักพักหนึ่ง มีคนมาทุบหน้าต่างห้องพระ ทุบหลายครั้งมาก แต่ดิฉันก็ทำเป็นไม่ได้ยิน แต่จู่ ๆ หน้าต่างก็เปิดออกเอง เราหันไปดู เจอเงาดำ ๆ นั่งหยอง ๆ อยู่ขอบระเบียง นั่งจองมองมาทีเรา

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Reply