• Home
  • /
  • Category Archives: สยองขวัญ

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 10

เสียงเคาะประตูดังอีกรอบ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ xx……เปิดประตูให้หน่อยย” แม่กล้าๆกลัวๆ ถามไปเบาๆว่า lyn68  แย้มเหรอ? แต่ปลายเสียงไม่ตอบ กลับพูดเหมือนเดิม “ xx……เปิดประตูให้หน่อยย” เป็นรอบที่ 3 ใจก็คิดว่าคงเป็นน้องตัวเอง เอื้อมมือไปกำลังเปิดกลอน ก็นึกได้ว่า… แม่นึกขึ้นได้ว่านานมาแล้ว ตอนสัก 10 ขวบ ยายเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนตำบลใกล้ๆมีเรื่องแปลกๆที่ลือกันว่า มีผีผู้หญิง (เข้าใจก่อนนะครับ 30-40 ปีที่แล้ว เจอเรื่องอะไรลี้ลับ ก็เหมาว่าเป็นผีสางนางไม้ไว้ก่อน)ชอบออกมาป้วนเปี้ยนตอนดึก ๆ และจะเกิดเรื่องว่า วัยรุ่น หรือเด็กเล็กๆ lyn68 หายไปจากบ้านตอนกลางคืนโดยทุกเหตุการณ์จะเล่าคล้ายๆกันคือ จะมีเสียงคนรู้จักมาเคาะประตูบ้าน และเรียกชื่อคนที่อยู่ในบ้าน 3 ครั้ง คนที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นเดินไปเปิดประตูให้ ก็เดินหายไปในความมืดและไม่ได้กลับมาอีกเลย ส่วนคนที่รอดมาได้ก็มาเล่าให้ฟังว่าเหมือนฝัน ได้ยินเสียงคนรู้จักมาเคาะประตูหน้าบ้านตอนกลางคืน ก็เดินออกไปเปิดประตู เห็นผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ลิบๆคนที่เล่าฝันว่ากำลังเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น พอดีมีคนในบ้านอีกคนตื่นขึ้นมาแล้วตะโกนมาว่า ออกมาทำอะไร ละเมอเหรอ คนที่เล่าก็ได้สติ พบว่าไม่ได้ฝัน ตัวเองยืนอยู่หน้าบ้านจริงๆ (ตอนผมฟังมีหลอนนิดๆ) ยายก็เลยบอกว่า…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 9

เสียงนั่นดังแว่บเดียว ทุกอย่างก็เงียบ สักพักแม่ได้ยิน ตากับยายตื่นขึ้นมา แล้ววิ่งออกไปหลังบ้าน ได้ยินเสียงคุยกันว่า lynbet  เกิดอะไรขึ้น แล้วตาก็ดุลุงยักษ์ว่า เอาปืนออกมาทำไม มีอะไรกัน โจรขึ้นบ้านเหรอ หลังจากนั้นก็เริ่มทะเลาะกัน แม่ได้ยินลุงยักษ์บอกว่า“พ่อไม่รู้อะไรหรอก รู้มั้ยว่าตอนเนี่ยในบ้านมันแปลกๆ ตั้งแต่แย้มไม่สบายเนี่ย กลางดึกมันจะเดินออกมาพึมพำบ้าบอทุกคืน วันๆพ่อก็ทำแต่งาน lynbet รู้มั้ยน้องๆมันกลัวกันแค่ไหน”หลังจากนั้นก็ทะเลาะกันเสียงดังขึ้น ตาผมก็บอกว่างมงาย ไร้สาระ ผีเพ่อมีจริงที่ไหน ระหว่างที่เถียงกันอยู่ยายก็ถามว่าแล้วแย้มอยู่ไหน? ลุงยศก็บอกว่ายังไม่เจอ ยายกับลุงยอดก็ตะโกนเรียกลุงยักษ์กับลุงยศกำเดินฝ่าความมืดออกไปทางแปลกผักเดิม ลุงยักษ์ก็คะนอง ตะโกนท้าทายว่า “เมิงออกมาสิวะ e-ha แน่จริงเมิงออกมา” ยายได้ยินก็ตกใจร้องว่า ไปท้าทายแบบนั้นได้ยังไง เงียบเลยนะ ลุงยักษ์ก็บอกว่า “ไม่กลัวหรอกแม่ คนเยอะแยะ แน่จริงเมิงออกมา พวกกรูไปทำอะไรให้หนักหนาเสรือกมายุ่งกับครอบครัวกรู เมิงออกมา!” แค่นั้นละ ทุกคนรวมแม่ผมที่นั่งอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงโครม! เสียงดังมาก เหมือนใครเอาก้อนดินก้อนปาลงมาบนหลังคาบ้าน แม่ผมตกใจมาก แต่คนที่ตกใจกว่าอยู่นอกบ้าน แม่ได้ยินยายบอกว่า “แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปท้าทาย!! บอกแล้วใช่มั้ย เงียบเลยนะหยุดๆ” แต่ลุงยักษ์คงโมโห ถึงไม่ตะโกน แต่ก็สบถออกมา “แม๊ง….จะเอาไงกับกรูวะ”…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 8

ตามมาด้วยเสียงคนเดินกระทืบเท้า lyn68 ตึกๆๆ แม่บอกว่ากลัวมากตอนนั้น ร้องก็ไม่มีเสียงได้แต่จ้องไปด้านนอกห้องสักพักก็มีคนเดินมาตรงโต๊ะกลาง น้าแย้มนั้นเอง น้าแย้มยืนโงนเงนมองลุงยักษ์ กับลุงยศ ซึ่งนั่งหลับอยู่ครู่ก็เดินเลยไปทางหลังบ้าน จนลับตาแม่ ได้ยินเพียงแต่เสียง แอ๊ดดด เบาๆอีกรอบ ตามด้วยเสียงประตูปิด พอเสียงประตูเงียบไปสักพัก แม่ก็รีบปลุกลุงยอด กว่าจะตื่นก็กินเวลาไปนอนโข แต่ลุงยอดที่งัวเงียอยู่แทบจะตื่นทันทีเพราะเสียงเย็นเยียบ ลอยมาเบาๆ “ธี่…….หยดดดดด ธี่ หยดดดดดด ธี่………หยดดดดด”ลุงยอดผุดลุกจากเตียงตรงไปปลุกลุงยักษ์กับลุงยศ ทั้ง 2 ตื่นมาก็รู้แทบจะทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเสียงนั่นยังลอยโหยหวนชวนสยอง ลุงยักษ์ไม่พูดอะไรหยิบปืนลูกซองกระบอกเดิมออกมาแล้วสั่งเบาๆให้แม่กลับเข้าไปนอนแล้วล็อคประตูห้อง lyn68 ปิดหน้าต่างปิดม่านให้หมด ได้ยินเสียงอะไรห้ามออกมาจากห้องเด็ดขาด แม่ผมอยากตามไปดูมาก แต่ก็กลัวลุงยักษ์มากเหมือนกัน จึงจำใจต้องกลับเข้าห้องล็อคกลอนตามคำสั่งหลังจากนั้นแม่ก็เข้าไปนั่งในมุ้ง นอนชิดกับน้าเย็นซึ่งหลับไม่รู้เรื่อง ก็พอได้ยินพี่ๆ ทั้ง 3 คนเดินไปทางหลังบ้านทางเดียวกับที่น้าแย้มเดินลับไป เสียงนั่นยังดังเอื่อยๆ เป็นระยะ สลับกับเสียงหมาหอนดังระงมไปหมด แม่เงี่ยหูฟัง ในความวังเวงนั่นเองแล้วแม่ก็ได้ยินเสียงชุลมุนด้านนอก และตามด้วยเสียงลุงยักษ์ตะโกนดังลั่นกลบเสียงหมาหอน และกลบเสียงประหลาดนั้นด้วย “ กรูไม่กลัวเมิงหรอก แน่จริงเมิงออกมา  กรูจะยิงแม่มให้ตายอีกรอบเลย ออกมาสิวะ!” สิ้นเสียงลุงยักษ์ แม่ได้ยินอีกเสียงหนึ่งดังลอยมาไกลๆ ไม่ใช่เสียงประหลาด เป็นเสียงที่ไม่คุ้นหู ฟังแล้วขนลุกไปทั้งตัว…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 7

บ้านของหญิงแก่อยู่ลึกเข้าไปในดงสน ตั้งอยู่เดี่ยวๆ ห่างไกลจากบ้านคน หมอยาก็เล่าให้ฟังว่า lynbet พอไปถึงก็มีเสียงเอะอะกันอยู่ในบ้านพอเข้าไปก็เห็นหญิงแก่คนนั้นนอนอยู่บนแคร่ไม้ โดยมีผ้าขาวผืนเล็กปิดหน้า หมอยาก็เลยถามคนในบ้านว่าแกเป็นอะไรชายและหญิงที่อยู่ในบ้านก็บอกว่าเป็นหลานของหญิงแก่คนนี้ ทุกวันตอนเที่ยงจะเอาข้าวมาส่ง แต่วันนี้มาช้า พอเข้ามาถึงบ้านก็ตกใจ เพราะเห็นป้านอนคว่ำหน้าอยู่ตรงประตู ก็ช่วยกันดูสรุปว่าเสียชีวิตไปแล้ว ชายหญิงคู่นั้นยังบอกอีกว่า lynbet ช่วงที่ป้าตัวเองใกล้เสียคงทรมานมาก เพราะรอบๆ ตัวเต็มไปด้วยรอยเล็กที่ขูดพื้นดินจนลึกหลังจากคุยกันได้สักพัก ฝ่ายลุงยักษ์ก็ขอตัวกลับมานี่ละหมอยาเล่าจบก็ถามตาผมว่าจะเอายังไง ตาก็บอกว่าวันนี้เย็นมากแล้วคงต้องรอพรุ่งนี้เช้าถึงจะพาน้าแย้มไปโรงพยาบาลในตัวจังหวัดได้เมื่อสรุปตามนี้ลุงยศก็ขับรถพาหมอยากลับ แต่ก่อนกลับหมอสั่งว่าอย่าให้น้าแย้มไปไหนเด็ดขาด ให้นอนคนเดียวและเฝ้าไว้ให้ดีบางทีน้าแย้มอาจจะเป็นโรคอะไรสักอย่างก็ได้ เคลื่อนไหวมากๆเดี๋ยวจะยิ่งทรุด พรุ่งนี้ไปตรวจอาการก็คงรู้แต่แม่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ก็รู้ว่ามันไม่ใช่โรคเจ็บไข้ได้ป่วย มันเป็นอะไรที่ลี้ลับกว่านั้น ช่วงเย็นตอนกินข้าว ยายก็เอากับข้าวไปให้น้าแย้มแต่น้าแย้มยังหลับอยู่ ยายผมก็นั่งเฝ้าน้ำตาซึม พร่ำเรียกชื่อว่า แย้มเอ้ย เป็นอะไรลูก ตื่นมากินข้าวกินปลาหน่อยมั้ย แต่ทุกอย่างก็เงียบ คืนนี้แม่กับน้าเย็นก็ไปนอนกับลุงยอด ส่วนลุงยศกับลุกยักษ์นั่งสูบบุหรี่คุยกันตรงโถงกลางบ้านแม่หลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ก็ได้ยินเสียงนาฬิกากลางบ้านตีบอกเวลาราวตี 1 แม่มองออกไปนอกห้อง (นอนไม่ปิดประตู) ตรงโต๊ะกลางบ้านมีไฟสลัวๆอยู่ เห็นลุงยักษ์นอนฟุบอยู่ ใกล้ๆลุงยศนั่งสัปหงกเช่นกัน อึดใจเดียวแม่ก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูเบาๆดัง แอ๊ดดดดดดด……ตามด้วยเสียงคนเดินกระทืบเท้า ตึกๆๆ แม่บอกว่ากลัวมากตอนนั้น ร้องก็ไม่มีเสียงได้แต่จ้องไปด้านนอกห้องสักพักก็มีคนเดินมาตรงโต๊ะกลาง น้าแย้มนั้นเอง น้าแย้มยืนโงนเงนมองลุงยักษ์ กับลุงยศ ซึ่งนั่งหลับอยู่ครู่ ก็เดินเลยไปทางหลังบ้านจนลับตาแม่ ได้ยินเพียงแต่เสียง แอ๊ดดด…

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 6

เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 6 หลังจากนั้นน้าแย้มก็หัวเราะไม่หยุด ยายก็บอกเป็นอะไร เป็นบ้าเหรอ น้าแย้มก็ไม่ตอบหัวเราะอย่างเดียวหมอยาก็ถามกลับไปว่า เมิงอี lynbet ใช่มั้ย? น้าแย้มหันมามองหมอยาแว๊บเดียว ไม่ตอบแล้วก็หลับไป ยายพยามปลุกก็ไม่ตื่นระหว่างนั้นลุงยักษ์ก็เดินเข้ามาถามว่าเอะอะอะไรกัน หมอยาจึงพาลุงยักษ์กับตาเดินไปคุยกันข้างนอกตอนนั้นแม่ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่ตอนหลังลุงมาเล่าให้ฟังว่า หมอยาสงสัยว่าน้าแย้มจะโดนปอบกินอยู่ เป็นผู้หญิงแก่ที่ชื่อ xxอาศัยอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ คนที่เคยเจอก่อนหน้านี้จำได้มั้ย ตาผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ลุงยักษ์ก็เล่าเรื่องเมื่อคืนให้หมอยากับตาฟังว่าเจอผู้หญิงคนนึงเหมือนกัน เมื่อคืนแต่ไม่ใช่คนแก่ เป็นผู้หญิงวัยกลางคนหมอยาได้ฟังก็ขนลุก หน้าซีด และเล่าว่า เคยได้ยินคนเล่าอยู่เรื่องแบบนี้อยู่เหมือนกัน ผู้หญิงเสื้อดำว่าเป็นอะไรที่น่ากลัวเป็นผีก็ไม่ใช่ปอบก็ไม่เชิง รู้แค่ว่าได้ยินเรื่องหญิงเสื้อดำคนนี้มานานแล้ว lynbet ส่วนหญิงแก่คนนั้นที่เล่นของมากจนสติไม่ดี ปกติจะอาศัยอยู่เงียบๆ สงบๆ ไม่ค่อยพบเจอใคร ถ้าเป็นคนปกติไปเจอก็เหมือนเจอคนแก่ทั่วไปแต่ถ้าใครที่ป่วยแล้วจิตอ่อนแอ ไม่สบายจะถือว่าเป็นอันตรายมาก คิดว่าแย้มคงโดนเข้าแล้วพอดียายเข้ามาได้ยินก็ร้องไห้ บอกว่าเป็นเรื่องจริงเหรอหมอ? หมอกับตาก็ปลอบว่า แค่เดาๆ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ลุงยักษ์เห็นแม่ร้องไห้ก็โมโห ถามว่าหมอยาว่า “บ้านมันอยู่ไหน กรูจะไปกระทืบถึงบ้านเลย”(ทืบคนแก่เลยเรอะครับลุง??) หมอยาก็บอกว่าอย่าเลย ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า ก็แค่เดาเอา ไปทำร้ายแบบนั้นเดี๋ยวก็ซวยเข้าซังเตกันหมดพอดีแต่ช้าไปแล้ว ลุงยักษ์เดินไปหยิบไม้หน้าสามมาอันบอก “ไม่มีอะไรหรอก….ไปหมอพาไปบ้านมันหน่อยสิ จะไปถามหน่อยว่าเป็น ha อะไรมากรึเปล่า? ชอบมาป่วนเปี้ยนบ้านกรูเนี่ย” ยายกับตาก็ห้าม…

สามทุ่มสิบห้าเวลาเธอตาย (2)

เกรนเดินนำไปตามทางเดินยาวสลัวจนถึงห้องหัวมุม ไขกุญแจและเปิดไฟ เมื่อเข้าไปด้านในรุจแปลกใจมากไม่ใช่ว่ามีไอ้หนุ่มหน้ามนนั่งรออยู่ในห้อง แต่ที่แปลกคือทั้งห้องเป็นสีขาวโพลนไปหมดทั้งผนัง ตู้ เตียง โต๊ะ โซฟา ประตูล้วนเป็นสีขาว ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือมีจำนวนไฟเยอะมาก ๆ ทั้ง lynbet ระย้าติดเพดานโคมตั้งโต๊ะ ดาวน์ไลท์ เรียงเป็นตับ สว่างจ้าไปหมด รุจถึงกับแปลกใจในรสนิยมเพื่อน “ทำไมแกติดไฟเยอะขนาดนี้วะ ห้องก็เป็นสีขาว เวียนหัวว่ะ”เจ้าของห้องวางกระเป๋า ก้มลงไปเปิดไฟตามหัวเตียงเพิ่มอีก “เราไม่ชอบให้มีเงา” เกรนพูดจบมีดังตี๊ดๆๆๆๆ… ตี๊ดๆๆๆๆ มันเป็นเสียงจากนาฬิกาดิจิตัล รุจผงะตั้งแต่ยังไม่เข้าห้อง ผ่านไปไม่กี่ปี เพื่อนแปลกไปจริงๆ ไม่เข้าใจนัก แต่ก็ทำตามที่ผู้ใหญ่ไหว้วานมา ก็เดินสำรวจบริเวณต่างๆ โมรุจ โคโกโร่ดูคร่าวๆ ก็พอรู้ว่าเกรนอยู่คนเดียวระหว่างนั้นก็ถามว่าถ้ากลัวทำไมไม่กลับไปอยู่บ้าน หรือหาเพื่อนมาอยู่ด้วยแชร์ค่าห้องแต่เกรนไม่ตอบแต่บอกว่าถ้าพอใจก็กลับไปได้แล้ว lynbet และฝากบอกแม่กับน้าด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีอะไรทั้งนั้น รุจพยักหน้าเพราะตัวเองก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เป็นเซ้นส์บางอย่าง แต่นึกไม่ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุ รู้แต่ว่ารู้สึกเมื่อเข้ามาที่นี่เกรนมาส่งเพื่อนถึงหน้าประตู รุจหันกลับถามตรงๆ เข้าประเด็นอีกครั้ง“ถามจริง แกเป็นอะไรวะ เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้ เป็นโรคซึมเศร้ารึปะ… เปล่า” เสียงรุจขาดไป เพราะสายตามองผ่านช่องว่างประมาณ 5 นิ้ว ระหว่างบานประตูกับขอบวงกบที่กำลังปิดทะลุห้องสตูดิโอไทป์ไปถึงระเบียงด้านนอกซึ่งมีกระจกฝ้ากั้นอยู่…

สามทุ่มสิบห้าเวลาเธอตาย

คนต้นเรื่องสมมุติว่าชื่อรุจ… รุจเป็นเด็กหนุ่มอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส เป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยเหตุนี้ไม่แปลกที่จะมีเพื่อนมากแต่มีอยู่ 1 คนที่สนิทมากกว่าคนอื่น เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก  เฮฮา ร่าเริง เรียนด้วยกันตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมต้น มาแยกกันเมื่อเข้าระดับอุดมศึกษา lyn68 เกรนเป็นเด็กหัวดี เข้าเรียนคณะเภสัชฯส่วนรุจเลือกเรียนนิเทศฯ เพื่อนสนิทมีอันต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง แม้บ้านห่างกันแค่ 2 ซอย แต่ทั้งคู่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยเป็นเวลาหลายปี รุจเคยแวะไปที่บ้านหลายครั้งแต่ไม่เจอแม่บอกเกรนเรียนหนักมากหลังๆ ความสัมพันธ์ค่อยๆ ห่างกันไป (บ้านเกรนอยู่กัน 3 คน มีแม่, น้าและเกรน)หลังเรียนจบมีงานการทำตามสมควร รุจเข้าทำงานในบริษัทโปรดักส์ชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ว่างๆ ก็ผ่านไปยังบ้านเกรนอีกหลายครั้ง แต่ผิดหวังไม่พบเพื่อนวัยเด็กสักครั้ง lyn68 แม่เกรนบอกว่าลูกสาวซื้อคอนโด XX   เห็นชื่อก็คุ้นขึ้นมาทันที แต่ไม่เห็นหน้าเพราะรูปโปรไฟล์เป็นภาพดวงอาทิตย์ ก็แปลกใจเล็กน้อยขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสองทุ่ม จะโทรไปคงไม่เหมาะ เอาเป็นว่าไลน์ทักไปก่อนละกันRuji : หวัดดี… เกรนใช่มั้ย? เรารุจนะ จำได้ป่ะ? แต่เพื่อนเก่าไม่ตอบและไม่แม้กระทั่งอ่าน.รุจไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเพื่อนคงเข้านอนแต่หัวค่ำ ก็นอนคิดอยู่ว่าไม่เจอตั้งหลายปีเดี๋ยวนี้จะเป็นยังไงบ้างหน๋อ แต่ก่อนก็ป๊อปปูล่าน่าดูวาเลนไทน์ที เสื้อเต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์หัวใจไม่นับกุหลาบอีกเพียบ คิดไปมาเคลิ้มหลับมาสะดุ้งเอาตอนเช้าเมื่อมีเสียงข้อความเข้า… เป็นเกรนนั่นล่ะ หลังเลิกงานรุจไปนั่งรอที่นัดหมาย จริงๆ แค่แกล้งเท่านั้น…

เดินทางกับศพ

ขณะนั่งรถไปซักพัก มีรถโรงพยาบาลขับผ่านไป ก็มองตามวิสัยของมนุษย์ ที่สิ่งของเเล่นผ่านในระดับสายตา ไม่มีการเปิดไซเรน เราก็ไม่แปลกใจ รู้ทันทีว่า ต้องมีเที่ยวบินใด เที่ยวบินหนึ่งมี “ศพนอนอยู่ในโลงมาด้วย” มากับเที่ยวบินนั้น ซึ่งเป็นปกติ ของสายการบินพาณิชย์ โดยปสก.ส่วนตัวของสามี lyn68 และเวลาร้องตามไปเที่ยวด้วย จะเห็นทั้งเหยี่ยว หมา แมว นก เป็นปกติ แต่ศพนี้ยังไม่เคย (หรือเคยแต่ ผู้โดยสารอย่างเรา ๆ ท่าน ๆไม่รู้ ??) เกริ่นก่อนว่าไฟทล์นี้เป็นไฟทล์หนึ่งจากตะวันออกกลาง มายังไคโร เป็นไฟทล์เสริมพิเศษ เพราะผดส.เยอะมากมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ไฟทล์เสริมเพียบ …สามีเล่าว่า…พอเขารับกระดาษคือเอกสารรายงานจำนวนผดส.จำนวนกระเป๋าสิ่งของ และสัมภาระ เอาเป็นว่ารายงานทุกอย่าง จากมือผู้จัดการสถานีของเมืองนั้นแล้ว ก็เห็นว่ามีระบุโลงศพ บรรทุกมากับสัมภาระด้วย ซึ่งสัตว์ และศพ นั้น ต้องแจ้งการรายงานพิเศษมายังกัปตันเท่านั้น ผู้ช่วยนักบิน(Co-Pilot) ไม่มีสิทธิตัดสินใจ หรือรับรู้โดยปราศจากกัปตัน เนื่องจาก ต้องเช็คโลงว่า โอเคหรือ ไม่สภาพ ไม่มีผลต่อความปลอดภัยขณะทำการบิน หรือถ้ามีสัตว์มาด้วย lynblue89 ต้องเช็คอุหภูมิห้องสัมภาระด้วย ว่าต้องเพิ่ม…

เรื่องสยอง วัยเบญจเพส ตอนที่ 7

หลังจากที่โดนยาสลบรอบสอง เราตื่นขึ้นมาเราก็ร้องหาแต่ยาสลบค่ะ อยากจะหลับๆไปนานๆ ไม่อยากตื่น พอเราร้องหายามากๆ หมอเค้าก็เลยอนุญาติให้เรากลับบ้านได้ เพราะเราอยู่ที่ รพ. เหมือนเราเป็นคนสติไม่ดีอะคะ ไม่คุยกับใครทั้งวัน ร้องไห้ตลอดเวลา พอเราได้กลับมาบ้าน ลุงที่เป็นล่างทรงเค้าก็มาเรียกขวัญให้เรา เวลาเดินผ่านกระจกนี่ตกใจตัวเองมากๆ โทรมสุดๆ เหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน กลางคืนไม่นอนค่ะ เอาหูฟังมาใส่หู เรานอนห้องพระนะคะ คือเราอยู่ในนี้เป็นเดือนๆ ไม่ออกไปจากห้องนี้เลย แบบพอแม่เราขึ้นมาเอาข้าวให้เรา เราจะนั่งแต่ท่าชันเข่า เหมือนเด็กมีปัญหาอะค่ะ เพื่อนมาเยี่ยม เพื่อนแม่มาเยี่ยมก็บอกให้เราไปหาหมอ หมอจิตแพทย์อะค่ะ พอแม่มาบอกเรา เราเข้าใจนะคะว่าเค้าเป็นห่วงเรา เราก็บอกแม่ไปว่า แม่ก็รู้ว่าหนูไม่ได้บ้า ลุงก็บอกแม่แล้วหนิว่าหนูเจออะไรบ้าง คือเราอยู่แต่ห้องพระจริงๆ ไม่ออกเลย ไม่โดนผีหลอกก็ซวยที่สภาพจิตใจ เห็นภาพหลอนตลอด lynblue89 แต่เรามั่นใจนะคะว่าเราไม่ได้บ้าจริงๆ รู้ทุกอย่างว่าใครมาพูดอะไร เราเข้าใจที่เค้าพูดทุกอย่าง แต่ไม่มีใครเข้าใจเราไงคะ เราเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น เราฝัน เราได้ยิน แต่คนอื่นไม่ได้ยิน งานก็ต้องเลื่อนไปอีกค่ะ จนเพื่อนบอกเราว่าเค้าจ้างเราออก ร่างกายทรุดเลยค่ะ ฉันจะมีเรื่องอะไรซวยกว่านี้อีกไหม เข้ามาเลย มาทีเดียวเลยนะ จะให้ตายก็จะตาย lynblue89 เหมือนชีวิตไม่เหลืออะไรแล้วค่ะ มองหน้าแม่กับพ่อเราก็ร้องไห้…

เรื่องสยอง วัยเบญจเพส ตอนที่ 6

จากเรื่องเมื่อคืน เราก็ลืมตากะจะลุกแล้วโทรหาแม่ แต่ได้ยินเสียงคนคุยกันค่ะ ที่ปลายเตียงเราแต่ม่านยังปิดอยู่นะคะ เหมือนหมอพูดกับแม่เราว่าเรามีประวัติทางประสาทไหม ให้ลองพาเราไปคุณกับหมอจิตแพทย์ดู คือ ณ ตอนนั้นน้ำตาไหลออกมาเลยค่ะ ร้องเงียบๆ คือฉันเหมือนคนบ้าเหรอ ฉันไม่ได้เป็นโรคประสาทนะ คือสมเพชสภาพตัวเองมากโดนมัดแขนผู้กับที่กันเตียงไว้ทั้งสองข้าง ชีวิตฉันเป็นขนาดนี้เลยเหรอ ก็ร้องไห้เสียใจในชีวิตตัวเอง คือเรื่องแบบนี้พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะ พูดยังไงเค้าก็มองว่าเราบ้า lynblue89 พอพวกเค้าคุยกันเสร็จก็เดินเข้ามาหาเรา เราก็บอกแม่หนูอยากกลับ หนูไม่ได้บ้า หนูเจอจริงๆ ป้าข้างๆเตียงเค้ามาหลอกหนู แม่เชื่อหนูนะๆ แม่เราบอกจ้าๆ คือขาเราก็ยังไม่หายแม่เราก็ยังไม่อยากให้เรากลับบ้าน กลัวจะหนักกว่าเดิม เราบอกเราอยู่นี่หนักกว่า คือยอมรับคิดไปถึงเรื่องอยากตายเลยค่ะ สุดๆ และหนักจริงๆกับการเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น แม่เราบอกใจเย็นๆ lynblue89 กลับไปก็ต้องเจออยู่ดี เหมือนเราไม่มีทางให้เลือกอะคะ ดวงตกเป็นแบบนี้นี่เอง เราก็บอกแม่เราว่าให้แม่มาเฝ้าเรานะ แม่บอกว่าได้ๆ แต่มาดึกเพราะแม่เราต้องเฝ้าร้านและกว่าจะปิดร้านก็ดึก เป็นแม่ค้าอะค่ะถ้าไม่ทำก็ไม่มีเงินกิน พอแม่เราออกไปได้สักพัก ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาค่ะ น่าจะเป็นแม่บ้านกับพยาบาล มาที่ข้างๆเตียงเรา คือเหมือนกำลังช่วยกันทำอะไรสักอย่าง และแม่ป้าก็พูดว่า “ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของแกเนอะ แกต้องมานอนทรมานแบบนี้ ลูกหลานก็ไม่มาดูแล” และพยาบาลก็พูดว่า “โถ่วป้า หนูเห็นเค้าพูดกันว่าเมื่อก่อนแกทำกับแม่แกไว้เยอะ พอแกป่วยก็ไม่มีคนมาดูแล เดินก็ไม่ได้ กินก็ไม่ได้…

1234